การพัฒนาผลผลิตจากส่วนต่างๆของข้าวปทุมธานี และบัวหลวง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนหมู่บ้านกระแชง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

การพัฒนาผลผลิตจากส่วนต่างๆของข้าวปทุมธานี และบัวหลวง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนหมู่บ้านกระแชง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยื่น (Thailand 4.0) จากการเคลื่อนตัวของโลกในศตวรรษที่ 20 มาสู่โลกศตวรรษที่ 21 เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างก่อให้เกิดโอกาส ภัยคุกคาม เงื่อนไข และข้อจำกัดชุดใหม่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการพัฒนาขีดความสามารถชุดใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง กระแสที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตของประชาชนมี 5 กระแสหลัก คือ 1) Giobalization เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการไหลของระบบทุน สินค้า และบริการอย่างเสรี 2) Digitization การเจริญเติบโตด้านการติดต่อสื่อสารที่ไม่มีจำกัด 3) Urbanization สัดส่วนของประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้วิถีชีวิต พฤติกรรม และความสัมพันธ์ของผู้คนจะเปลี่ยนแปลงไปจากสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง จึงเกิดประเด็นท้าทายใหม่ที่ครอบคลุมทั้งในมิติพลังงาน การคมนาคม การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย เป็นต้น 4) Individualization คนในศวรรษที่ 21 มีความเป็นปัจเจกชนมากขึ้น มีความคิดความอ่านเป็นของตนอง ต้องการแสดงออก จึงส่งผลให้เกิดสังคม 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 Collective Individuals คือ รูปแบบสร้างสรรค์ ที่ผู้คนอยากอยู่ร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์สังคม จึงเกิดชุมชนที่เข้มแข็ง รูปแบบที่ 2 Contra-Individuals เป็นรูปแบบที่ผู้คนต่างคนต่างอยู่ มองแต่ประโยชน์ส่วนตัว สังคมที่มีโอกาสเกิดการทะเลาะวิวาทมากขึ้น และกระแสสุดท้าย คือ Commonization ในโลกที่ยิ่งเชื่อมต่อกันมากขึ้นเท่าไหร่ ผู้คนต้องยิ่งพึ่งพิงอาศัยกันมากขึ้น ความเสี่ยงที่จะเกิดภัยคุกคามในสังคมมากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อระบบโลกโดยรวม จากการมองโลกในปัจจุบันที่เกิดการรวมตัวและแตกตัวของเทคโนโลยีและนวัตกรรม 3 Domains หลัก คือ Bio Domain Physical Domain และDigital Domain จึงเกิดการใช้โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยื่น (Thailand 4.0) จากรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี เล็งเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนภายในประเทศ เช่น การเตรียมคน การพัฒนาคลัสเตอร์เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศ การบูรณาการอาเซียน เชื่อมประเทศสู่ประชาคมโลก การปฏิรูประบบวิจัย การปรับเปลี่ยนกลไกภาครัฐ ระบบการบริหารจากการขับเคลื่อน Thailand 4.0 และที่สำคัญการตอบสอนธุรกิจชุมชน คือ การบ่มเพาะผู้ประกอบการและพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ได้ตระหนักถึงความสำคัญของภาระงานดังกล่าว และคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ยังเน้นด้านให้บริการและการวิจัย โครงการบริการวิชาการแก่สังคม อมรมวิชาชีพผู้ประกอบการ เป็นภาระหน้าที่หลักอย่างหนึ่ง การศึกษาวิชาการด้านการให้บริการวิชาการแก่สังคมและชุมชนอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการให้ความรู้และเพิ่มทักษะให้กับผู้สนใจด้านการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับงานคหกรรมศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อาหารและโภชนาการ และงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ ซึ่งสอดคล้องกับโครงอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในกิจกรรมอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืชเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการศึกษาประเมินพันธุกรรมพืช และทรัพยากรชีวภาพอื่นๆ ที่สำรวจเก็บรวบรวมและปลูกรักษาไว้ โดยมีการศึกษาประเมินในสภาพธรรมชาติ แปลงทดลอง ในด้านสัณฐานวิทยา ชีววิทยา สรีรวิทยา การปลูกเลี้ยง การเขตกรรม สำหรับในห้องปฏิบัติการมีการศึกษาด้านโภชนาการ องค์ประกอบ รงควัตถุ กลิ่น การใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เพื่อศึกษาคุณสมบัติ คุณภาพในแต่ละสายต้นโดยความร่วมมือจาก คณาจารย์นักวิจัย ของมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ศูนย์วิจัยและสถานีทดลองต่างๆ ที่ร่วมสนองพระราชดำริ ดังนั้นคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ จึงได้จัดทำโครงการอบรมวิชาชีพด้านคหกรรมศาสตร์ตามความต้องการและร้องขอของกลุ่มชุมชนในพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ไปพัฒนา สร้างงาน เพิ่มรายได้ โดยการประกอบอาชีพที่สุจริต ประชาชนในชุมชนนั้นได้ใช้ชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเพื่อสนองต่อโครงอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)

Tag

Data

ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลผลิตจากส่วนต่างๆของข้าวปทุมธานี และบัวหลวง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนหมู่บ้านกระแชง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
หัวหน้าโครงการวิจัย นายณัฐชรัฐ แพกุล
ผู้ร่วมวิจัย
ปีงบประมาณ 2562

ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยื่น (Thailand 4.0) จากการเคลื่อนตัวของโลกในศตวรรษที่ 20 มาสู่โลกศตวรรษที่ 21 เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างก่อให้เกิดโอกาส ภัยคุกคาม เงื่อนไข และข้อจำกัดชุดใหม่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการพัฒนาขีดความสามารถชุดใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง กระแสที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตของประชาชนมี 5 กระแสหลัก คือ 1) Giobalization เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการไหลของระบบทุน สินค้า และบริการอย่างเสรี 2) Digitization การเจริญเติบโตด้านการติดต่อสื่อสารที่ไม่มีจำกัด 3) Urbanization สัดส่วนของประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้วิถีชีวิต พฤติกรรม และความสัมพันธ์ของผู้คนจะเปลี่ยนแปลงไปจากสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง จึงเกิดประเด็นท้าทายใหม่ที่ครอบคลุมทั้งในมิติพลังงาน การคมนาคม การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย เป็นต้น 4) Individualization คนในศวรรษที่ 21 มีความเป็นปัจเจกชนมากขึ้น มีความคิดความอ่านเป็นของตนอง ต้องการแสดงออก จึงส่งผลให้เกิดสังคม 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 Collective Individuals คือ รูปแบบสร้างสรรค์ ที่ผู้คนอยากอยู่ร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์สังคม จึงเกิดชุมชนที่เข้มแข็ง รูปแบบที่ 2 Contra-Individuals เป็นรูปแบบที่ผู้คนต่างคนต่างอยู่ มองแต่ประโยชน์ส่วนตัว สังคมที่มีโอกาสเกิดการทะเลาะวิวาทมากขึ้น และกระแสสุดท้าย คือ Commonization ในโลกที่ยิ่งเชื่อมต่อกันมากขึ้นเท่าไหร่ ผู้คนต้องยิ่งพึ่งพิงอาศัยกันมากขึ้น ความเสี่ยงที่จะเกิดภัยคุกคามในสังคมมากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อระบบโลกโดยรวม  จากการมองโลกในปัจจุบันที่เกิดการรวมตัวและแตกตัวของเทคโนโลยีและนวัตกรรม 3 Domains หลัก คือ Bio Domain Physical Domain และDigital Domain จึงเกิดการใช้โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยื่น (Thailand 4.0) จากรัฐบาล     พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี เล็งเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนภายในประเทศ เช่น การเตรียมคน การพัฒนาคลัสเตอร์เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศ การบูรณาการอาเซียน เชื่อมประเทศสู่ประชาคมโลก การปฏิรูประบบวิจัย การปรับเปลี่ยนกลไกภาครัฐ ระบบการบริหารจากการขับเคลื่อน Thailand 4.0 และที่สำคัญการตอบสอนธุรกิจชุมชน คือ การบ่มเพาะผู้ประกอบการและพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ได้ตระหนักถึงความสำคัญของภาระงานดังกล่าว และคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ยังเน้นด้านให้บริการและการวิจัย โครงการบริการวิชาการแก่สังคม อมรมวิชาชีพผู้ประกอบการ เป็นภาระหน้าที่หลักอย่างหนึ่ง การศึกษาวิชาการด้านการให้บริการวิชาการแก่สังคมและชุมชนอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการให้ความรู้และเพิ่มทักษะให้กับผู้สนใจด้านการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับงานคหกรรมศาสตร์  ซึ่งประกอบด้วย สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อาหารและโภชนาการ และงานประดิษฐ์สร้างสรรค์  ซึ่งสอดคล้องกับโครงอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในกิจกรรมอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืชเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการศึกษาประเมินพันธุกรรมพืช และทรัพยากรชีวภาพอื่นๆ ที่สำรวจเก็บรวบรวมและปลูกรักษาไว้ โดยมีการศึกษาประเมินในสภาพธรรมชาติ แปลงทดลอง ในด้านสัณฐานวิทยา ชีววิทยา สรีรวิทยา การปลูกเลี้ยง การเขตกรรม สำหรับในห้องปฏิบัติการมีการศึกษาด้านโภชนาการ องค์ประกอบ รงควัตถุ กลิ่น การใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เพื่อศึกษาคุณสมบัติ คุณภาพในแต่ละสายต้นโดยความร่วมมือจาก คณาจารย์นักวิจัย ของมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ศูนย์วิจัยและสถานีทดลองต่างๆ ที่ร่วมสนองพระราชดำริ ดังนั้นคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ จึงได้จัดทำโครงการอบรมวิชาชีพด้านคหกรรมศาสตร์ตามความต้องการและร้องขอของกลุ่มชุมชนในพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี  เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ไปพัฒนา สร้างงาน เพิ่มรายได้ โดยการประกอบอาชีพที่สุจริต ประชาชนในชุมชนนั้นได้ใช้ชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเพื่อสนองต่อโครงอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)

Comments are closed.

พิพิธภัณฑ์บัว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.