บัวบา (Water snowflake) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphoides indicum เป็นพืชน้ำล้มลุก ขนาดเล็ก พบทั่วไปตามหนองบึง นาข้าว มีไหลลักษณะคล้ายก้านใบ ปลายไหลจะแตกรากเป็นกระจุก ใบลักษณะคล้ายใบบัวค่อนข้างกลมแต่มีขนาดเล็กกว่า โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ดอกสีขาวออกเป็นกระจุก โคนกลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดสั้น ปลายแยกเป็น 5-7 กลีบ บัวบาเป็นอาหารพื้นบ้าน นิยมนำสายของบัวบาไปดองกับใบมะดันและเกลือทำเป็นผักจิ้ม รสชาติออกเปรี้ยว แพทย์พื้นบ้านใช้ส่วนดอก ใบ และ ลำต้น มาสกัดด้วยน้ำใช้ทาแผลจากอุบัติเหตุการล่าสัตว์

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดบัวบา 6 ส่วน คือ ยอด ดอก หัว ราก สาย ใบ จากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH radical scavenging assay วิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอลิครวม (Total phenolic content) และสารประกอบฟลาโวนอยด์ (Flavonoid content) ทดสอบทางประสาทสัมผัส โดยวางแผน การทดสอบแบบสุ่มอย่างสมบูรณ์ (CRD) โดยใช้คะแนนความชอบแบบ Hedonic Scale 1-9 (9-ชอบ มากที่สุด, 1=ไม่ชอบที่สุด) วิเคราะห์ความแปรปรวนโดยใช้ ANOVA ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 และทดสอบความแตกต่างด้วยวิธี Duncan’s Multiple Rang Test และวิเคราะห์ค่าทางสถิติโดยใช้ โปรแกรมสำเร็จรูป (SPSS) ทดสอบการยอมรับผลิตภัณฑ์ทองม้วนของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถาม การยอมรับผลิตภัณฑ์ วิเคราะห์สถิติโดยใช้ค่าร้อยละ และทดสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทองม้วน โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน standard error mean (Mean + SEM)

การทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ การศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH radical scavenging assay พบว่าสารสกัดจากใบมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระดีที่สุด โดยมีค่า EC50 ต่ำสุดคือ 31.80±0.79 ug/ml รองลงมาคือสารสกัดจากหัว มีค่า EC50 เท่ากับ 51.64.2.20 pg/ml ส่วนต่อมา คือ ดอก มีค่า EC50 เท่ากับ 100.77±1.29 pg/mt การวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอลิค (Flavonoid content) พบว่าสารสกัดจากใบ มีปริมาณสารประกอบฟีนอลลิคสูงสุด เท่ากับ 41.58±1.63 mg/ml รองลงมาคือสารสกัดจากดอกเท่ากับ 26.56±1.17 mg/ml และสารสกัดจากหัว เท่ากับ 24.17±0.82 g/ml การวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์ (Flavonoid content) พบว่าสารสกัดใบ มีปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์สูงสุด เท่ากับ 157.83 1.04 mg/ml รองลงมา สารสกัดจากหัวเท่ากับ 126.171.68 mg/ml ส่วนดอกเท่ากับ 100.21±2.63 ug/ml

การศึกษาคุณภาพทางประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์ทองม้วนบัวบา 3 สูตร จากส่วนของบัวบา คือ ดอก สาย และใบ ปริมาณ 5 กรัม (1%) เท่ากัน โดยเลือกจากส่วนบัวบาที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง และเป็นส่วนที่รับประทานตามปกติ ทดสอบการยอมรับของผู้บริโภคจำนวน 100 คน ผลการทดสอบ ทางประสาทสัมผัสทองม้วนจากส่วนของบัวมาทั้ง 3 สูตร พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างนัยสำคัญ ทางสถิติ (P<0.05)ทุกเกณฑ์การประเมิน ยกเว้นด้านลักษณะปรากฏและด้านรูปทรง การทดลองพบว่า ผู้บริโภคมีความชอบต่อผลิตภัณฑ์ทองม้วนจากส่วนสายของบัวบา สูตรที่ 2 มากที่สุด ซึ่งเป็นสูตรที่ใช้ ส่วนของสายบัวบาอบแห้งบดละเอียดปริมาณ 5 กรัม (1%) โดยมีคะแนนสูงสุดแทบทุกเกณฑ์ การประเมิน คือ ด้านสี 7.21 ± 1.33 ความมัน 7.08 ± 1:51 ความหวาน 7.16 ± 1.42 ความกรอบ 7.19 ± 1.50 กลิ่นกะที 7.1.1 ± 1.52 รสชาติ 7.33 ± 11.39 ความชอบโดยรวม 7.50 ± 1.17 ยกเว้น ลักษณะปรากฏ ขนาด และรูปทรง เนื่องจากทองม้วนสูตรนี้ มีสีเขียวสวยพอดี ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว และ มีคะแนนความชอบมากที่สุด ดังนั้นทองม้วนสูตรที่ 2 (สาย) คือสูตรที่เหมาะสม และเป็นสูตรที่ยอมรับ ของผู้บริโภคมากที่สุด

การทดสอบคุณภาพทางประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์ทองม้วนสายบัวบา 3 สูตร ซึ่งในแต่ละสูตร มีปริมาณสายบัวบาอบแห้งบดละเอียดปริมาณแตกต่างกัน 3 ระดับ คือ 2, 5, 8 กรัม (0.5%, 1%, 1.5%) โดยศึกษาการยอมรับของผู้บริโภค จำนวน 100 คน ผลการทดลองพบว่า ทั้ง 3 สูตร มีความ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ทุกเกณฑ์การประเมิน ยกเว้นขนาดและรสชาติ ผู้บริโภคให้คะแนนความชอบต่อทองม้วนสายบัวบาสูตรที่ 3 มากที่สุด โดยมีคะแนนสูงสุดทุกเกณฑ์ การประเมิน คือ ด้านของลักษณะที่ปรากฏ 7.46 ±  0.94 สี 7.41 ± 1.05 ขนาด 7.29 ± 1.20 รูปร่าง 7.49 ± 1.16 ความมัน 7.55 ± 1.55 ความหวาน 7.52 ± 1.22 ความกรอบ 7.91 ± 0.98 กลิ่นกะทิ 7.57 ± 1.17 รสชาติ 7.20 ± 1.38 ความเค็ม 7.48 ± 1.21 และความชอบโดยรวม 7.75 ± 1.10 ซึ่งทองม้วนสูตรนี้มีปริมาณสายบัวบาอบแห้งบดละเอียด 8 กรัม (1.59%) เนื่องจากทองม้วนสายบัวบา สูตรนี้ มีสีเขียวอ่อนสวย ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว รสชาติไม่ขมหรือเพื่อน ซึ่งเป็นลักษณะที่ดีของทองม้วน ดังนั้นสูตรที่มีปริมาณสายบัวบาอบแห้ง 8 กรัม (1.5%) คือสูตรที่เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับของ ผู้บริโภคมากที่สุด

การศึกษาคุณภาพทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ทองม้วนสายบัวบา ทองม้วนสายบัวบาที่มีปริมาณ สายบัวอบแห้งบดละเอียด 8 กรัม(1.5%) ค่าความชื้นเท่ากับ 0.48 ± 0.01 ค่าความแข็งเท่ากับ 0.45 ± 0.01 ค่าสี มีค่าความสว่าง (+) 39.50 ± 0.52 ค่าสีแดง (+a*) 9.00 ± 0.30 ค่าสีเหลือง (+b*) 23.03 ± 0.75 การศึกษาคุณภาพทางทางจุลินทรีย์ โดยเทคนิค Pour plate พบว่าจำนวนจุลินทรีย์ ทั้งหมด พบน้อยมาก คือ < 10×10 CFU/g จำนวนยีสต์ รา พบน้อยมาก คือ < 10x 10 CFU/g

การวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทองม้วนบัวบาในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้พบว่าส่วนใบมีฤทธิ์ต้านอนุมูล อิสระสูงที่สุด ด้วยการทดสอบด้วยวิธี DPPH radical scavenging assay และมีปริมาณสารประกอบ ฟีนอลิคและสารประกอบฟลาโวนอยด์สูงที่สุด แต่เนื่องจากเป็นส่วนที่ไม่นิยมบริโภคตามปกติ และ ผลการทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าส่วนสายบัวบาเป็นสูตรที่ได้รับคะแนนประเมินสูงสุด จึงเป็น ส่วนที่ใช้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทองม้วนบัวบา

การทำวิจัยต่อไปควรศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพชนิดอื่นๆ ของบัวบาเพิ่มขึ้น ได้แก่ ฤทธิ์ต้าน เบาหวาน (hypoglycemic activity) และฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและรา (antirnicrobial activity) และควรศึกษาบรรจุภัณฑ์และสภาวะการเก็บที่เหมาะสม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ ทองม้วนบัวบกมีสี กลิ่น และรสชาติไม่แตกต่างไปจากเดิม และเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน

Comments are closed.

พิพิธภัณฑ์บัว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.