การพัฒนาเครื่องดื่มสมุนไพรเสริมกลีบดอกบัวหลวง ทดแทนสารให้ความหวานจากหญ้าหวาน

โครงการวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ศึกษาตำรับมาตรฐาน และกระบวนการผลิต ปริมาณหญ้าหวานคุณค่าทางโภชนาการ ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ การยอมรับของผู้บริโภค อายุการเก็บรักษา และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนที่เกี่ยวข้องได้ พบว่า สูตรของนิรนาม (2558) เป็นสูตรมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับการทำน้ำฝางเสริมกลีบบัวหลวง เพราะน้ำฝางที่ได้มีสีสวย ใส และสูตรมาตรฐานและกรรมวิธีการผลิตน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบ สูตรของนิรนาม (2552) เป็นสูตรมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับการทำน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบเสริมเพราะน้ำมะตูมที่ได้มีสีสวย ใส กลิ่นหอม มีรสชาติและความหวานพอเหมาะ และผู้ทดสอบให้คะแนนความชอบทุกคุณลักษณะมากที่สุด ปริมาณดอกกระเจี๊ยบสดที่เหมาะสมในน้ำมะตูม คือ การใช้ปริมาณดอกกระเจี๊ยบร้อยละ 12.5 และการใช้ปริมาณดอกกระเจี๊ยบแห้งที่เหมาะสมในน้ำมะตูม คือ การใช้ปริมาณดอกกระเจี๊ยบแห้ง 9 กรัม หากเปรียบเทียบการใช้ดอกกระเจี๊ยบแห้งเป็นลักษณะที่เหมาะสมในน้ำมะตูม การใช้ปริมาณกลีบดอกบัวหลวงสด 10 กรัมใช้น้ำตาลทราย 50 กรัม ค่าสีที่วัดได้คือ L* = 20.7 a+** = 8.7 b-***= 2.6 ค่าความหวาน 22%บริกซ์ เป็นปริมาณที่เหมาะสมในการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมกลีบดอกบัวหลวงสด และการใช้ปริมาณกลีบดอกบัวหลวงอบแห้ง 5 กรัมใช้น้ำตาลทราย 50 กรัม ค่าสีที่วัดได้คือ L* = 22.9 a+** = 6.7 b-***= 3.3 ค่าความหวาน 15%บริกซ์ เป็นปริมาณที่เหมาะสมในการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมกลีบดอกบัวหลวงอบแห้ง ผู้ทดสอบให้คะแนนความชอบโดยรวมมากที่สุด โดยเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมกลีบดอกบัวหลวงอบแห้งที่ได้มีสีสวย ใส กลิ่นหอม ความหวานพอเหมาะ และผู้ทดสอบยอมรับ จึงเป็นตำรับที่เหมาะสมสำหรับเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมกลีบดอกบัวหลวงอบแห้ง หากเปรียบเทียบการใช้กลีบดอกบัวหลวงสดและอบแห้งในน้ำฝาง พบว่าการใช้กลีบดอกบัวหลวงแห้งเป็นลักษณะที่เหมาะสมในน้ำฝาง และการใช้ปริมาณกลีบดอกบัวหลวงสด 25 กรัม ค่าสีที่วัดได้คือ L* = 22.9 a+** = 6.7 b-***= 3.3 ค่าความหวาน 10%บริกซ์ เป็นปริมาณที่เหมาะสมในการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรมะตูมผสมดอกกระเจี๊ยบเสริมกลีบดอกบัวหลวงสด ส่วนการใช้ปริมาณกลีบดอกบัวหลวงอบแห้ง 10 กรัม ค่าสีที่วัดได้คือ L* = 22.9 a+** = 6.7 b-***= 3.3 ค่าความหวาน 10%บริกซ์ เป็นปริมาณที่เหมาะสมในการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรมะตูมผสมดอกกระเจี๊ยบเสริมกลีบดอกบัวหลวงอบแห้ง และเปรียบเทียบการใช้กลีบดอกบัวหลวงสดและอบแห้งในน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบ พบว่า การใช้กลีบดอกบัวหลวงแห้งเป็นลักษณะที่เหมาะสมในน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบ ส่วนการใช้หญ้าหวานในเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมกลีบดอกบัวหลวง พบว่า การใช้สารสกัดหญ้าหวาน 18 กรัม เป็นปริมาณที่เหมาะสมในการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมกลีบดอกบัวหลวง ด้านคุณค่าทางโภชนาการของเครื่องดื่มสมุนไพรเสริมกลีบดอกบัวหลวง และใช้หญ้าหวานทดแทนน้ำตาลทราย พบว่า การใช้หญ้าหวานในเครื่องดื่มสมุนไพรมีปริมาณพลังงานและคาร์โบไฮเดรตลดน้อยลง และการเสริมกลีบดอกบัวหลวงในเครื่องดื่มสมุนไพรฝางและมะตูมผสมกระเจี๊ยบทำให้มีปริมาณโพลีฟีนอลเพิ่มขึ้น ซึ่งโฟลิฟีนอล ลดระดับ cholesterol และ triglyceride ในเลือดได้ ส่วนสารต้านอนุมูลอิสระของน้ำสมุนไพรเสริมกลีบดอกบัวหลวงจากดอกบัวหลวง พบว่า การรับประทานน้ำกระเจี๊ยบจะให้คะแนนมากที่สุด รองลงมา คือ คือน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบเสริมดอกบัวหวง ดังนั้น การเสิมกลีบดอกบัวหลวงในน้ำสมุนไพรนั้น ทำให้มีฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระได้ การศึกษาต้นทุนการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมดอกบัวหลวง และใช้หญ้าหวานทดแทนการใช้น้ำตาลทราย ต้นทุนการผลิตน้ำสมุนไพรฝางเสริมกลีบบัวหลวงและใช้ผลิตภัณฑ์หญ้าหวานทดแทนน้ำตาลในหนึ่งหน่วยบริโภค มีราคา 3.77 บาท หรือประมาณ 4 บาท (200 มิลลิลิตร หรือ 1 ขวด) ส่วนต้นทุนการผลิตน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบเสริมกลีบบัวหลวง และใช้ผลิตภัณฑ์หญ้าหวานทดแทน น้ำตาลทรายพร้อมบริโภค ในหนึ่งหน่วยบริโภคมีราคา 4.23 บาท หรือ ประมาณ 5 บาท (200 มิลลิลิตร หรือ 1 ขวด) และอายุการเก็บของน้ำสมุนไพรฝางเสริมกลีบบัวหลวงและใช้ผลิตภัณฑ์หญ้าหวานทดแทนน้ำตาลและเครื่องดื่มสมุนไพรมะตูมผสมกระเจี๊ยบเสริมกลีบบัวหลวง ในอุณหภูมิห้อง 3 วัน และในอุณหภูมอตู้เย็น 5 วัน และการถ่ายทอดเทคโนโลยี คือ กลุ่มแม่บ้านขนมไทย คลองสาม ตำบลคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมีผู้เข้าร่วมรับความรู้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีจำนวน 32 คน ในวันที่ 11-12 มิถุนายน 2562 ณ อบต. คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จำนวน 32 คน พบว่า ผู้เข้าร่วมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีส่วนใหญ่ 90% เป็นเพศหญิง และมีอายุ 51 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 75 รองลงมาอยู่ ในช่วงอายุ 31-50 ปี คิดเป็นร้อยละ 25 มีอาชีพแม่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 40.63 รองลงมา คือ รับจ้าง คิดเป็นร้อยละ 21.88 ส่วนธุรกิจส่วนตัว บำเหน็จ/บำนาญ ค้าขายและ พ่อบ้าน คือ ร้อยละ 12.5, 12.5, 9.38 และ 3.13 ตามลำดับ ส่วนวันที่ 12 มิถุนายน 2562 จำนวน 32 คน พบว่า ผู้เข้าร่วมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นเพศหญิง และมีอายุ 51 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 64 มีอายุอยู่ในช่วง 31-50 ปี คิดเป็น้อยละ 33 มีอาชีพแม่บ้านร้อยละ 40 รองลงมารับราชการร้อยละ 20 ส่วนรับจ้าง ธุรกิจส่วนตัว ค้าขายและบำเหน็จ/บำนาญ ร้อยละ 10 ระดับความพึงพอใจในการถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้น พบว่า ประเด็นความคิดเห็น/ความรู้/ความเข้าใจ/การนำไปใช้ทั้ง 2 วัน ผู้เข้าร่วมอบรมมีความพึงพอใจในระดับมาก และมีข้อเสนอแนะเพื่อผู้จัดนำไปปรับปรุงและพัฒนาต่อไป คือ อยากให้ตอนอบรมมีผลไม้เพื่อสุขภาพ อยากให้เพิ่มเครื่องดื่มสุขภาพ อยากให้จัดฝึกอบรมบ่อยๆ อยากฝึกอาชีพที่เกี่ยวกับอาหารหรือการทำอาหาร เพิ่มระยะเวลาในการอบรมมากขึ้น อยากให้บรรยายมากๆ และสถานที่เล็กเกินไป

Tag

Data

ชื่อเรื่อง การพัฒนาเครื่องดื่มสมุนไพรเสริมกลีบดอกบัวหลวง ทดแทนสารให้ความหวานจากหญ้าหวาน
หัวหน้าโครงการวิจัย นางสาวอรอุมา คำแดง
ผู้ร่วมวิจัย นางสาวรัตนาภรณ์ มะโนกิจ นายเกรียงศักดิ์ สิงห์แก้ว
ปีงบประมาณ 2562

โครงการวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ศึกษาตำรับมาตรฐาน และกระบวนการผลิต ปริมาณหญ้าหวานคุณค่าทางโภชนาการ  ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ การยอมรับของผู้บริโภค  อายุการเก็บรักษา และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนที่เกี่ยวข้องได้ พบว่า สูตรของนิรนาม (2558) เป็นสูตรมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับการทำน้ำฝางเสริมกลีบบัวหลวง เพราะน้ำฝางที่ได้มีสีสวย ใส และสูตรมาตรฐานและกรรมวิธีการผลิตน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบ สูตรของนิรนาม (2552) เป็นสูตรมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับการทำน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบเสริมเพราะน้ำมะตูมที่ได้มีสีสวย ใส กลิ่นหอม มีรสชาติและความหวานพอเหมาะ และผู้ทดสอบให้คะแนนความชอบทุกคุณลักษณะมากที่สุด ปริมาณดอกกระเจี๊ยบสดที่เหมาะสมในน้ำมะตูม คือ การใช้ปริมาณดอกกระเจี๊ยบร้อยละ 12.5  และการใช้ปริมาณดอกกระเจี๊ยบแห้งที่เหมาะสมในน้ำมะตูม คือ การใช้ปริมาณดอกกระเจี๊ยบแห้ง 9 กรัม หากเปรียบเทียบการใช้ดอกกระเจี๊ยบแห้งเป็นลักษณะที่เหมาะสมในน้ำมะตูม การใช้ปริมาณกลีบดอกบัวหลวงสด 10 กรัมใช้น้ำตาลทราย 50 กรัม ค่าสีที่วัดได้คือ L* = 20.7 a+** = 8.7 b-***= 2.6 ค่าความหวาน 22%บริกซ์ เป็นปริมาณที่เหมาะสมในการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมกลีบดอกบัวหลวงสด และการใช้ปริมาณกลีบดอกบัวหลวงอบแห้ง 5 กรัมใช้น้ำตาลทราย 50 กรัม ค่าสีที่วัดได้คือ L* = 22.9 a+** = 6.7 b-***= 3.3 ค่าความหวาน 15%บริกซ์ เป็นปริมาณที่เหมาะสมในการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมกลีบดอกบัวหลวงอบแห้ง ผู้ทดสอบให้คะแนนความชอบโดยรวมมากที่สุด โดยเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมกลีบดอกบัวหลวงอบแห้งที่ได้มีสีสวย ใส กลิ่นหอม ความหวานพอเหมาะ และผู้ทดสอบยอมรับ จึงเป็นตำรับที่เหมาะสมสำหรับเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมกลีบดอกบัวหลวงอบแห้ง หากเปรียบเทียบการใช้กลีบดอกบัวหลวงสดและอบแห้งในน้ำฝาง พบว่าการใช้กลีบดอกบัวหลวงแห้งเป็นลักษณะที่เหมาะสมในน้ำฝาง และการใช้ปริมาณกลีบดอกบัวหลวงสด 25 กรัม ค่าสีที่วัดได้คือ L* = 22.9 a+** = 6.7 b-***= 3.3 ค่าความหวาน 10%บริกซ์ เป็นปริมาณที่เหมาะสมในการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรมะตูมผสมดอกกระเจี๊ยบเสริมกลีบดอกบัวหลวงสด ส่วนการใช้ปริมาณกลีบดอกบัวหลวงอบแห้ง 10 กรัม ค่าสีที่วัดได้คือ L* = 22.9 a+** = 6.7 b-***= 3.3 ค่าความหวาน 10%บริกซ์ เป็นปริมาณที่เหมาะสมในการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรมะตูมผสมดอกกระเจี๊ยบเสริมกลีบดอกบัวหลวงอบแห้ง และเปรียบเทียบการใช้กลีบดอกบัวหลวงสดและอบแห้งในน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบ พบว่า การใช้กลีบดอกบัวหลวงแห้งเป็นลักษณะที่เหมาะสมในน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบ ส่วนการใช้หญ้าหวานในเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมกลีบดอกบัวหลวง พบว่า การใช้สารสกัดหญ้าหวาน 18  กรัม เป็นปริมาณที่เหมาะสมในการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมกลีบดอกบัวหลวง ด้านคุณค่าทางโภชนาการของเครื่องดื่มสมุนไพรเสริมกลีบดอกบัวหลวง และใช้หญ้าหวานทดแทนน้ำตาลทราย พบว่า การใช้หญ้าหวานในเครื่องดื่มสมุนไพรมีปริมาณพลังงานและคาร์โบไฮเดรตลดน้อยลง และการเสริมกลีบดอกบัวหลวงในเครื่องดื่มสมุนไพรฝางและมะตูมผสมกระเจี๊ยบทำให้มีปริมาณโพลีฟีนอลเพิ่มขึ้น ซึ่งโฟลิฟีนอล ลดระดับ cholesterol และ triglyceride ในเลือดได้ ส่วนสารต้านอนุมูลอิสระของน้ำสมุนไพรเสริมกลีบดอกบัวหลวงจากดอกบัวหลวง พบว่า การรับประทานน้ำกระเจี๊ยบจะให้คะแนนมากที่สุด รองลงมา คือ คือน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบเสริมดอกบัวหวง ดังนั้น การเสิมกลีบดอกบัวหลวงในน้ำสมุนไพรนั้น ทำให้มีฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระได้ การศึกษาต้นทุนการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรฝางเสริมดอกบัวหลวง และใช้หญ้าหวานทดแทนการใช้น้ำตาลทราย ต้นทุนการผลิตน้ำสมุนไพรฝางเสริมกลีบบัวหลวงและใช้ผลิตภัณฑ์หญ้าหวานทดแทนน้ำตาลในหนึ่งหน่วยบริโภค มีราคา 3.77 บาท หรือประมาณ 4 บาท (200 มิลลิลิตร หรือ 1 ขวด) ส่วนต้นทุนการผลิตน้ำมะตูมผสมกระเจี๊ยบเสริมกลีบบัวหลวง และใช้ผลิตภัณฑ์หญ้าหวานทดแทน น้ำตาลทรายพร้อมบริโภค ในหนึ่งหน่วยบริโภคมีราคา 4.23 บาท หรือ ประมาณ 5 บาท (200 มิลลิลิตร หรือ 1 ขวด) และอายุการเก็บของน้ำสมุนไพรฝางเสริมกลีบบัวหลวงและใช้ผลิตภัณฑ์หญ้าหวานทดแทนน้ำตาลและเครื่องดื่มสมุนไพรมะตูมผสมกระเจี๊ยบเสริมกลีบบัวหลวง ในอุณหภูมิห้อง 3 วัน และในอุณหภูมอตู้เย็น 5 วัน และการถ่ายทอดเทคโนโลยี คือ    กลุ่มแม่บ้านขนมไทย คลองสาม ตำบลคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมีผู้เข้าร่วมรับความรู้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีจำนวน 32 คน  ในวันที่ 11-12 มิถุนายน 2562 ณ อบต. คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จำนวน 32 คน พบว่า ผู้เข้าร่วมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีส่วนใหญ่ 90% เป็นเพศหญิง และมีอายุ 51 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 75 รองลงมาอยู่ ในช่วงอายุ 31-50 ปี คิดเป็นร้อยละ 25 มีอาชีพแม่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 40.63 รองลงมา คือ รับจ้าง คิดเป็นร้อยละ 21.88 ส่วนธุรกิจส่วนตัว บำเหน็จ/บำนาญ ค้าขายและ พ่อบ้าน คือ ร้อยละ 12.5, 12.5, 9.38 และ 3.13 ตามลำดับ  ส่วนวันที่ 12 มิถุนายน 2562  จำนวน 32 คน พบว่า ผู้เข้าร่วมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นเพศหญิง และมีอายุ 51 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 64 มีอายุอยู่ในช่วง 31-50 ปี คิดเป็น้อยละ 33 มีอาชีพแม่บ้านร้อยละ 40 รองลงมารับราชการร้อยละ 20 ส่วนรับจ้าง ธุรกิจส่วนตัว ค้าขายและบำเหน็จ/บำนาญ ร้อยละ 10  ระดับความพึงพอใจในการถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้น พบว่า ประเด็นความคิดเห็น/ความรู้/ความเข้าใจ/การนำไปใช้ทั้ง 2 วัน  ผู้เข้าร่วมอบรมมีความพึงพอใจในระดับมาก และมีข้อเสนอแนะเพื่อผู้จัดนำไปปรับปรุงและพัฒนาต่อไป คือ อยากให้ตอนอบรมมีผลไม้เพื่อสุขภาพ  อยากให้เพิ่มเครื่องดื่มสุขภาพ อยากให้จัดฝึกอบรมบ่อยๆ อยากฝึกอาชีพที่เกี่ยวกับอาหารหรือการทำอาหาร  เพิ่มระยะเวลาในการอบรมมากขึ้น อยากให้บรรยายมากๆ และสถานที่เล็กเกินไป

Comments are closed.

พิพิธภัณฑ์บัว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.