การปรับปรุงพันธุ์แบบมาตรฐานและการกู้ชีพคัพภะของ บัวอุบลชาติเขตร้อนบานกลางคืนของไทยสายพันธุ์แม่พลอย

การปรับปรุงพันธุ์แบบมาตรฐานและการกู้ชีพคัพภะของ บัวอุบลชาติเขตร้อนบานกลางคืนของไทยสายพันธุ์แม่พลอย

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสูตรอาหารที่สามารถช่วยเพิ่มการงอกและการรอดชีวิตของคัพภะบัวลูกผสมที่ได้จากการปรับปรุงพันธุ์แบบมาตรฐาน เมล็ดบัวสายแม่พลอย (Nymphaea rubra Roxb. ‘Maeploi’) ที่เก็บจากต้นแม่ที่สมบูรณ์ ภายในพิพิธภัณฑ์บัว ฝ่ายภูมิทัศน์ กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ถูกนำมาศึกษาการฟอกฆ่าเชื้อด้วยสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ ความเข้มข้นร้อยละ 20 โดยปริมาตรต่อปริมาตร ที่ระยะเวลาต่างกันตั้งแต่ 5, 10, 15 และ 20 นาที สำหรับการฟอกครั้งที่ 1 และการฟอกฆ่าเชื้อด้วยสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ ที่ความเข้มข้นตั้งแต่ร้อยละ 5, 10, 15 และ 20 โดยปริมาตรต่อปริมาตร เป็นเวลา10 นาที สำหรับการฟอกครั้งที่ 2 และพัฒนาสูตรอาหารสำหรับการเพาะเมล็ดบัวสายแม่พลอยในสภาพโรงเรือนโดยใช้ปริมาณธาตุอาหารของพืชสูตร MS ที่ความเข้มข้นแตกต่างกัน (MS, 1/2MS, 1/4MS และ 1/8MS) ในส่วนของการปรับปรุงพันธุ์แบบมาตรฐานด้วยวิธีการผสมเกสรด้วยมือ ได้ทดลองผสมข้ามสายพันธุ์กับบัวสายแม่พลอยและบัวสายสีขาว (Nymphaea pubescens Wild.) จากการทดลองพบว่า เมล็ดบัวสายแม่พลอยที่ฟอกฆ่าเชื้อด้วยสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ที่ความเข้มข้นร้อยละ 20 โดยปริมาตรต่อปริมาตร เป็นเวลา 5 นาที และตามด้วยการฟอกด้วยสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ที่ความเข้มข้นร้อยละ 5 โดยปริมาตรต่อปริมาตร เป็นเวลา 10 นาที มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ต่ำที่สุด (ร้อยละ 0) สำหรับเมล็ดบัวสายแม่พลอยที่เพาะเลี้ยงบนอาหารวุ้นสังเคราะห์สูตร MS ที่ใช้ปริมาณธาตุอาหาร 1/8MS และไม่ให้ได้รับแสงสามารถงอกและรอดชีวิตได้ดีที่สุดและต้นกล้ายังมีการสร้างยอด (ร้อยละ 60) ใบ (ร้อยละ 51.67) และราก (ร้อยละ 48.33) ได้ทันที แต่ต้นกล้าจะมีลักษณะซีดเหลืองกว่าการเพาะเลี้ยงโดยให้ได้รับแสง ในส่วนของการปรับปรุงพันธุ์แบบมาตรฐานด้วยการผสมเกสรข้ามสายพันธุ์ระหว่างบัวสายแม่พลอยและบัวสายสีขาว พบว่าเมล็ดของบัวสายแม่พลอยที่ผสมตัวเองมีอัตราการผสมติดที่ร้อยละ 1.67 และเมล็ดบัวสายสีขาวที่ผสมตัวเองมีอัตราการผสมติดที่ร้อยละ 11.17 ในขณะที่เมล็ดบัวสายลูกผสมกลุ่มที่ 1 ที่ได้จากการใช้บัวสายสีขาวเป็นต้นแม่และใช้บัวสายแม่พลอยเป็นต้นพ่อมีอัตราการผสมติดที่ร้อยละ 5 และเมล็ดบัวสายลูกผสมกลุ่มที่ 2 ที่ได้จากการใช้บัวสายแม่พลอยเป็นต้นแม่และใช้บัวสายสีขาวเป็นต้นพ่อมีอัตราการผสมติดที่ร้อยละ 3.33 เมื่อศึกษาการกู้ชีพคัพภะบัวสายลูกผสมด้วยการเพาะเมล็ดบนอาหารวุ้นสังเคราะห์สูตร MS ที่ใช้ปริมาณธาตุอาหาร 1/8MS เปรียบเทียบกับการเพาะเมล็ดบนอาหารวุ้นสังเคราะห์สูตร MS โดยใช้ปริมาณธาตุอาหารพืชปกติ พบว่าเมล็ดบัวสายแม่พลอยและบัวสายสีขาวที่ได้จากการผสมตัวเองมีการงอกและการรอดชีวิตสูงที่สุดเช่นเดียวกันคือร้อยละ 51.67 ในขณะที่เมล็ดบัวสายลูกผสมกลุ่มที่ 1 มีการงอกและการรอดชีวิตที่ร้อยละ 35 และบัวสายลูกผสมกลุ่มที่ 2 มีการงอกและการรอดชีวิตที่ร้อยละ 31.67 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้ถือเป็นการพัฒนาองค์ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์แบบมาตรฐานด้วยวิธีการผสมเกสรด้วยมือและการกู้ชีพคัพภะของเมล็ดบัวสายลูกผสมในบัวสายแม่พลอย ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับต่อยอดการศึกษาหรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับบัวและพืชน้ำชนิดอื่นๆต่อไปได้

Tag

Data

ชื่อเรื่อง การปรับปรุงพันธุ์แบบมาตรฐานและการกู้ชีพคัพภะของ บัวอุบลชาติเขตร้อนบานกลางคืนของไทยสายพันธุ์แม่พลอย
หัวหน้าโครงการวิจัย นายอิศราพงษ์ แคนทอง
ผู้ร่วมวิจัย
ปีงบประมาณ 2561

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสูตรอาหารที่สามารถช่วยเพิ่มการงอกและการรอดชีวิตของคัพภะบัวลูกผสมที่ได้จากการปรับปรุงพันธุ์แบบมาตรฐาน เมล็ดบัวสายแม่พลอย (Nymphaea rubra Roxb. ‘Maeploi’) ที่เก็บจากต้นแม่ที่สมบูรณ์ ภายในพิพิธภัณฑ์บัว ฝ่ายภูมิทัศน์ กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ถูกนำมาศึกษาการฟอกฆ่าเชื้อด้วยสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ ความเข้มข้นร้อยละ 20 โดยปริมาตรต่อปริมาตร ที่ระยะเวลาต่างกันตั้งแต่ 5, 10, 15 และ 20 นาที สำหรับการฟอกครั้งที่ 1 และการฟอกฆ่าเชื้อด้วยสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ ที่ความเข้มข้นตั้งแต่ร้อยละ 5, 10, 15 และ 20 โดยปริมาตรต่อปริมาตร เป็นเวลา10 นาที สำหรับการฟอกครั้งที่ 2 และพัฒนาสูตรอาหารสำหรับการเพาะเมล็ดบัวสายแม่พลอยในสภาพโรงเรือนโดยใช้ปริมาณธาตุอาหารของพืชสูตร MS ที่ความเข้มข้นแตกต่างกัน (MS, 1/2MS, 1/4MS และ 1/8MS) ในส่วนของการปรับปรุงพันธุ์แบบมาตรฐานด้วยวิธีการผสมเกสรด้วยมือ ได้ทดลองผสมข้ามสายพันธุ์กับบัวสายแม่พลอยและบัวสายสีขาว (Nymphaea pubescens Wild.)

จากการทดลองพบว่า เมล็ดบัวสายแม่พลอยที่ฟอกฆ่าเชื้อด้วยสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ที่ความเข้มข้นร้อยละ 20 โดยปริมาตรต่อปริมาตร เป็นเวลา 5 นาที และตามด้วยการฟอกด้วยสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ที่ความเข้มข้นร้อยละ 5 โดยปริมาตรต่อปริมาตร เป็นเวลา 10 นาที มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ต่ำที่สุด (ร้อยละ 0) สำหรับเมล็ดบัวสายแม่พลอยที่เพาะเลี้ยงบนอาหารวุ้นสังเคราะห์สูตร MS ที่ใช้ปริมาณธาตุอาหาร 1/8MS และไม่ให้ได้รับแสงสามารถงอกและรอดชีวิตได้ดีที่สุดและต้นกล้ายังมีการสร้างยอด (ร้อยละ 60) ใบ (ร้อยละ 51.67) และราก (ร้อยละ 48.33) ได้ทันที แต่ต้นกล้าจะมีลักษณะซีดเหลืองกว่าการเพาะเลี้ยงโดยให้ได้รับแสง ในส่วนของการปรับปรุงพันธุ์แบบมาตรฐานด้วยการผสมเกสรข้ามสายพันธุ์ระหว่างบัวสายแม่พลอยและบัวสายสีขาว พบว่าเมล็ดของบัวสายแม่พลอยที่ผสมตัวเองมีอัตราการผสมติดที่ร้อยละ 1.67 และเมล็ดบัวสายสีขาวที่ผสมตัวเองมีอัตราการผสมติดที่ร้อยละ 11.17 ในขณะที่เมล็ดบัวสายลูกผสมกลุ่มที่ 1 ที่ได้จากการใช้บัวสายสีขาวเป็นต้นแม่และใช้บัวสายแม่พลอยเป็นต้นพ่อมีอัตราการผสมติดที่ร้อยละ 5 และเมล็ดบัวสายลูกผสมกลุ่มที่ 2 ที่ได้จากการใช้บัวสายแม่พลอยเป็นต้นแม่และใช้บัวสายสีขาวเป็นต้นพ่อมีอัตราการผสมติดที่ร้อยละ 3.33 เมื่อศึกษาการกู้ชีพคัพภะบัวสายลูกผสมด้วยการเพาะเมล็ดบนอาหารวุ้นสังเคราะห์สูตร MS ที่ใช้ปริมาณธาตุอาหาร 1/8MS เปรียบเทียบกับการเพาะเมล็ดบนอาหารวุ้นสังเคราะห์สูตร MS โดยใช้ปริมาณธาตุอาหารพืชปกติ พบว่าเมล็ดบัวสายแม่พลอยและบัวสายสีขาวที่ได้จากการผสมตัวเองมีการงอกและการรอดชีวิตสูงที่สุดเช่นเดียวกันคือร้อยละ 51.67 ในขณะที่เมล็ดบัวสายลูกผสมกลุ่มที่ 1 มีการงอกและการรอดชีวิตที่ร้อยละ 35 และบัวสายลูกผสมกลุ่มที่ 2 มีการงอกและการรอดชีวิตที่ร้อยละ 31.67 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้ถือเป็นการพัฒนาองค์ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์แบบมาตรฐานด้วยวิธีการผสมเกสรด้วยมือและการกู้ชีพคัพภะของเมล็ดบัวสายลูกผสมในบัวสายแม่พลอย ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับต่อยอดการศึกษาหรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับบัวและพืชน้ำชนิดอื่นๆต่อไปได้

Comments are closed.

พิพิธภัณฑ์บัว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.