การปรับปรุงพันธุ์บัวอุบลชาติเขตร้อนบานกลางคืนของไทย สายพันธุ์แม่พลอยด้วยสารยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชบางชนิด

การปรับปรุงพันธุ์บัวอุบลชาติเขตร้อนบานกลางคืนของไทย สายพันธุ์แม่พลอยด้วยสารยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชบางชนิด

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการทำให้เกิดรอยแผลบนผิวเปลือกหุ้มเมล็ด การเตรียมความพร้อมเมล็ด และการใช้ความเย็นกระตุ้นการงอกของเมล็ดบัวสายแม่พลอย (Nymphaea rubra Roxb. cv. ‘Maeploi’) ภายในพิพิธภัณฑ์บัว ฝ่ายภูมิทัศน์ กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยพบว่าเมล็ดบัวที่ถูกทำให้เกิดรอยแผลและนำมาเพาะเลี้ยงในสภาวะที่มีแสงสว่างสามารถงอกได้ดีกว่าวิธีการเพาะแบบอื่นๆ ถึงร้อยละ 41.67 สำหรับเมล็ดที่ถูกเตรียมความพร้อมด้วยสารละลาย hydropriming (น้ำกลั่นและน้ำกรอง) และสารละลาย osmopriming (น้ำตาลซูโครส น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลมอลโตส และน้ำตาลซอร์บิทอล) ที่ความเข้มข้นแตกต่างกัน (ตั้งแต่ 0, 1, 2, 4, 8, 16 และ 32 ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร) หลังการเพาะเมล็ดเป็นเวลา 4 สัปดาห์ เมล็ดบัวที่เตรียมความพร้อมด้วยน้ำกรองมีอัตราการงอกสูงถึงร้อยละ 68.33 และอัตราการมีชีวิตของเมล็ดสูงที่สุดถึงร้อยละ 90 เช่นเดียวกัน ในการกระตุ้นด้วยความเย็น พบว่าเมล็ดที่ไม่ได้ถูกทำให้เกิดรอยแผลและเพาะเลี้ยงโดยไม่ได้กระตุ้นด้วยความเย็นที่อุณหภูมิ 10 °C ในระหว่าง 1 สัปดาห์มีอัตราการงอกสูงที่สุดถึงร้อยละ 78.33 เมื่อเปรียบเทียบกับการกระตุ้นด้วยความเย็นที่อุณหภูมิ 0 °C ซึ่งการเตรียมความพร้อมของเมล็ดอย่างเหมาะสมนี้ถือเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการอนุรักษ์นอกสภาพแหล่งธรรมชาติ การขยายพันธุ์และการปรับปรุงพันธุ์ของบัวสายเขตร้อนบานกลางคืนและลูกผสมต่อไปในอนาคต

Tag

Data

ชื่อเรื่อง การปรับปรุงพันธุ์บัวอุบลชาติเขตร้อนบานกลางคืนของไทยสายพันธุ์แม่พลอย ด้วยสารยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชบางชนิด
หัวหน้าโครงการวิจัย นายอิศราพงษ์ แคนทอง
ผู้ร่วมวิจัย
ปีงบประมาณ 2562

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการทำให้เกิดรอยแผลบนผิวเปลือกหุ้มเมล็ด การเตรียมความพร้อมเมล็ด และการใช้ความเย็นกระตุ้นการงอกของเมล็ดบัวสายแม่พลอย (Nymphaea rubra Roxb. cv. ‘Maeploi’) ภายในพิพิธภัณฑ์บัว ฝ่ายภูมิทัศน์ กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยพบว่าเมล็ดบัวที่ถูกทำให้เกิดรอยแผลและนำมาเพาะเลี้ยงในสภาวะที่มีแสงสว่างสามารถงอกได้ดีกว่าวิธีการเพาะแบบอื่นๆ ถึงร้อยละ 41.67 สำหรับเมล็ดที่ถูกเตรียมความพร้อมด้วยสารละลาย hydropriming (น้ำกลั่นและน้ำกรอง) และสารละลาย osmopriming (น้ำตาลซูโครส น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลมอลโตส และน้ำตาลซอร์บิทอล) ที่ความเข้มข้นแตกต่างกัน (ตั้งแต่ 0, 1, 2, 4, 8, 16 และ 32 ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร) หลังการเพาะเมล็ดเป็นเวลา 4 สัปดาห์ เมล็ดบัวที่เตรียมความพร้อมด้วยน้ำกรองมีอัตราการงอกสูงถึงร้อยละ 68.33 และอัตราการมีชีวิตของเมล็ดสูงที่สุดถึงร้อยละ 90 เช่นเดียวกัน ในการกระตุ้นด้วยความเย็น พบว่าเมล็ดที่ไม่ได้ถูกทำให้เกิดรอยแผลและเพาะเลี้ยงโดยไม่ได้กระตุ้นด้วยความเย็นที่อุณหภูมิ 10 °C ในระหว่าง 1 สัปดาห์มีอัตราการงอกสูงที่สุดถึงร้อยละ 78.33 เมื่อเปรียบเทียบกับการกระตุ้นด้วยความเย็นที่อุณหภูมิ 0 °C ซึ่งการเตรียมความพร้อมของเมล็ดอย่างเหมาะสมนี้ถือเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการอนุรักษ์นอกสภาพแหล่งธรรมชาติ การขยายพันธุ์และการปรับปรุงพันธุ์ของบัวสายเขตร้อนบานกลางคืนและลูกผสมต่อไปในอนาคต

Comments are closed.

พิพิธภัณฑ์บัว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.